ข่า คืออะไร ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และแหล่งกำเนิด
ทำความรู้จักกับข่า สมุนไพรพื้นบ้านของไทย
ข่า หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alpinia galanga เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) ที่คนไทยรู้จักและใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ข่าเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ปัจจุบันมีการเพาะปลูกแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียเขตร้อนชื้น
ข่าจัดเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นพอเหมาะ นิยมปลูกตามบ้านเรือนในชนบทและสวนครัว เนื่องจากเหง้าของข่ามีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสเผ็ดร้อน จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องเทศในอาหารไทยหลายชนิด
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการระบุข่า
ข่าเป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเหนือดินสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นเกิดจากกาบใบหุ้มซ้อนกันแน่น มีสีเขียวอ่อน ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 7-10 เซนติเมตร ยาว 25-35 เซนติเมตร ผิวใบเรียบเป็นมัน ขอบใบเรียบ
เหง้าของข่าเป็นส่วนที่อยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกแตกแขนง เปลือกนอกสีน้ำตาลอ่อนถึงครีม มีข้อและปล้องชัดเจน เนื้อในสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวและรสเผ็ดร้อน ซึ่งแตกต่างจากขิงที่มีกลิ่นและรสอ่อนกว่า
ดอกข่าออกเป็นช่อที่ปลายยอด กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมเขียว มีลายสีแดงหรือชมพูที่กลีบปาก ออกดอกในช่วงฤดูฝน ผลเป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลมรี เมื่อแก่จะมีสีแดงส้ม
- เหง้ามีสีครีมถึงน้ำตาลอ่อน เนื้อในขาวนวล มีข้อปล้องชัดเจน
- ใบรูปหอกยาว ผิวเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม
- กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว รสเผ็ดร้อนกว่าขิง
- ลำต้นเหนือดินสูง 1-2 เมตร เกิดจากกาบใบซ้อนกัน
- ดอกสีขาวมีลายแดงหรือชมพู ออกเป็นช่อที่ปลายยอด
การระบุข่าควรทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากพืชในวงศ์ขิงมีหลายชนิดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หากไม่แน่ใจในการระบุชนิดพืช ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือใช้เครื่องมือช่วยระบุที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พืชผิดชนิดซึ่งอาจไม่ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการระบุชนิดของข่าหรือพืชสมุนไพรอื่นอย่างแม่นยำ ลองใช้แอปพลิเคชันระบุพืชที่น่าเชื่อถือ หรือปรึกษานักพฤกษศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพื่อความถูกต้องและปลอดภัย